---------------------------------------------------------------------------------------------------
บีอีซี-เทโร ฯ ปรับกลยุทธ์การตลาดไทยแลนด์โอเพ่น สู่ความเป็น " สปอร์ตเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ " เต็มตัว
วันที่ 16 มีนาคม 2550
บีอีซี - เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ปรับกลยุทธ์การตลาดสปอร์ตอีเว้นท์ ไทยแลนด์โอเพ่น (Thailand Open) สู่การเป็น สปอร์ตเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ (Sport Entertainment) เต็มรูปแบบ และเข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยตั้งเป้ายอดผู้ชมปีนี้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 20 เปอร์เซ็นต์
ไบรอัน แอล มาร์การ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีอีซี เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การแข่งขันเทนนิส ไทยแลนด์โอเพ่น เป็นอีเว้นท์ทางด้านกีฬาอย่างหนึ่งของบริษัท ฯ เป็นการแข่งขันระดับโลก ที่มีนักเทนนิสจากทั่วโลกเข้าร่วมการแข่งขันทุก ๆ ปีได้รับความสนใจจากแฟนเทนนิส และได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากสปอนเซอร์ มาตั้งแต่ปี 2003 สำหรับ ไทยแลนด์โอเพ่น ปีนี้ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 30 กันยายน ทางบริษัท ฯ ใช้งบลงทุนจัดการแข่งขันกว่า 160 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาถึง 10 ล้านบาท โดยลงทุนในการทำการตลาดเพื่อสร้างความแตกต่างจากอีเว้นท์อื่น ๆ และเพื่อดึงกลุ่มเป้าหมายอื่น ๆ นอกเหนือจากแฟนเทนนิสเท่านั้น โดยวางโพสิชั่นนิ่งส์ (Positioning) ของอีเว้นท์ให้เป็น สปอร์ตเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ อย่างเต็มตัว
ในส่วนของ สปอร์ต การแข่งขันปีนี้เข้มข้นเหมือนกับทุกปีที่ผ่านมา ผู้ชมจะได้รับความบันเทิงจากลีลาการหวดของนักเทนนิสระดับโลก โดยขณะนี้ทางบริษัท ฯ ได้รับการตอบรับจากนักเทนนิสชื่อดังระดับโลกเข้าร่วมการแข่งขัน ได้แก่ ราฟาเอล นาดาล นักเทนนิสหนุ่มไฟแรงจากแดนกระทิงดุ มือวางอันดับ 2 ของโลกและ แอนดี ร็อดดิก มือวางอันดับ 3 ของโลก รวมทั้ง 2 นักเทนนิสขวัญใจชาวไทย ภราดร ศรีชาพันธุ์ และ ดนัย อุดมโชค ก็ยืนยันเข้าร่วมรายการด้วยเช่นกัน
ในส่วนของ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ทางบริษัทจัดกิจกรรมทางการตลาดสำหรับผู้ชมทุกเพศ ทุกวัยอาทิ การแข่งขัน เทนนิส อิน เดอะ ดาร์ค (Tennis in the Dark) ซึ่งเป็นกิจกรรมรูปแบบใหม่ เป็นการเล่นเทนนิสในที่มืด โดยใชอุปกรณ์ประยุกต์ที่จะเรืองแสงเมื่อกระทบกับแสงยูวี เล่นไปพร้อม ๆ กับเสียงเพลงที่สนุกสนานตื่นเต้น เน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่รักความสนุกสนานท้าทายกิจกรรม แมทช์ พอยท์ พาวิเลี่ยน (Match Point Pavilion) กิจกรรมสำหรับผู้ชมระดับวีไอพี และลูกค้าคนสำคัญของผู้สนับสนุนการแข่งขัน เป็นการเปิดโอกาสให้แขกคนสำคัญได้พบปะสังสรรค์กันหลังจบการแข่งขันในแต่ละวัน และอาจมีโอกาสได้พบนักเทนนิส ดารา และคนดังในสังคมอย่างใกล้ชิด กิจกรรมสำหรับเยาวชน ไทยแลนด์ ไรซิ่ง สตาร์ (Thailand Rising Star) โครงการที่จะสานฝันเยาวชนไทยสู่การเป็นนักเทนนิสอาชีพ กิจกรรมสำหรับครอบครัว คิดส์ โซน (Kidz Zone) เป็นบริเวณที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ที่มาชมการแข่งขันกับผู้ปกครอง ได้ทดลองความสามารถ และเพิ่มทักษะการเล่นเทนนิส นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกไม่ว่าจะเป็นการเพนท์หน้า เกมส์ชิงรางวัล และโอกาสที่จะได้ พบปะนักเทนนิสที่มาร่วมแข่งขันอย่างใกล้ชิด ณ สนามอิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมเพื่อสังคมอย่าง เทนนิส ฮ็อต ช็อตส์ (Tennis Hot Shots) การทำเทนนิสเวิร์คช็อป ฝึกฝนเทคนิคให้เยาวชนในศูนย์กีฬาต่าง ๆ ของกทม. โดยนักเทนนิสหรือโค้ชเทนนิสระดับแนวหน้าของไทย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาศักยภาพด้านกีฬาเทนนิสของเยาวชน
สำหรับแผนการใช้สื่อของการแข่งขัน ไทยแลนด์โอเพ่น ในปีนี้ว่า จะเลือกใช้สื่อหลากหลายรูปแบบในการประชาสัมพันธ์อีเว้นท์ ยกตัวอย่างเช่น สื่อนอกสถานที่ อาทิ บิลบอร์ด (Billboard) อินเทอร์แร็คทีฟบิลบอร์ด (Interactive Billboard) สื่อเคลื่อนที่ รวมทั้งสื่อในอาคาร อาทิ วีดีโอในลิฟท์ วีดิโอวอลล์ (Video Wall) โดยทุก ๆ สื่อจะนำเสนออย่างต่อเนื่องและตั้งอยู่บริเวณอาคารและห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง เพื่อให้มั่นใจว่าการสื่อสารจะไปถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย
คุณไบรอันกล่าวเพิ่มเติมว่าการแข่งขัน ไทยแลนด์โอเพ่น ทุก ๆ ปีได้รับการสนับสนุนจากสปอนเซอร์เป็นอย่างดี เนื่องจากสปอนเซอร์มีโอกาสที่จะสร้างสรรค์กิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่ แปลกใหม่ทันสมัย สร้างสรรค์สังคม และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง อันทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กรหรือผลิตภัณฑ์ และเนื่องจาก ไทยแลนด์โอเพ่น เป็นการแข่งขันที่มีผู้ชมเป็นจำนวนมากทั้งผู้เข้าชมในสนาม และผู้ที่ชมผ่านการถ่ายทอดทั้งระดับประเทศ ภูมิภาค และระดับโลกกว่า 100,000,000 คน ทำให้องค์กรและผลิตภัณฑ์สามารถเป็นที่รู้จักในวงกว้าง
"สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมเป็นสปอนต์เซอร์ ติดต่อ คุณวรัชยา อนุกูลอนันต์ชัย โทร. 02-262-3954 |